กะเพรา

กะเพรา

กะเพรา: สมุนไพรคู่ครัวไทย

กะเพรา เป็นสมุนไพรไทยพื้นบ้านชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum tenuiflorum จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (Lamiaceae) มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกแตกกิ่งก้านสาขามาก สูงประมาณ 60-120 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้ม ขอบใบหยัก มีกลิ่นหอมฉุน

ในประเทศไทย กะเพราเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้ปรุงอาหาร โดยเฉพาะเมนูผัดกะเพรา ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยทั่วประเทศ นอกจากนี้ กะเพรายังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย

ประเภทของ กะเพรา

มีกะเพราอยู่ 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่

  • กะเพราแดง: มีใบสีแดงเข้ม มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมแรง นิยมใช้ปรุงอาหาร
  • กะเพราขาว: มีใบสีเขียวอ่อน มีรสชาติไม่เผ็ดมาก มีกลิ่นหอมอ่อน นิยมใช้ปรุงอาหารและใช้เป็นยารักษาโรค
  • กะเพราลูกผสม: เป็นลูกผสมระหว่างกะเพราแดงและกะเพราขาว มีลักษณะและสรรพคุณอยู่ระหว่างสองสายพันธุ์

สรรพคุณของกะเพรา

กะเพรา มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย โดยเฉพาะส่วนของใบ มีสารสำคัญหลายชนิด เช่น Eugenol, Carvacrol, Linalool มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น

  • ขับลม: ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • แก้ปวด: ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดท้อง
  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย: ช่วยป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อ
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน: ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด: มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
  • ลดความดันโลหิต: ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • บำรุงผิวพรรณ: ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

วิธีใช้กะเพราเป็นยา

  • ใบสด: นำใบสดมาตำให้ละเอียด นำมาพอกหรือทาบริเวณที่ปวด
  • ต้มน้ำดื่ม: นำใบกะเพราแห้งประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ มาต้มกับน้ำดื่มวันละ 2-3 ครั้ง
  • น้ำมันกะเพรา: นำใบกะเพราสดมาสกัดเป็นน้ำมัน ใช้ทาบริเวณที่ปวด

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรรับประทานกะเพราในปริมาณมากเกินไป
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานกะเพรา

บทสรุป

กะเพรา เป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าทั้งทางด้านอาหารและยา มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย สามารถปลูกไว้ในบ้านเพื่อเก็บใบมารับประทานหรือใช้เป็นยาได้

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกะเพราเท่านั้น หากต้องการใช้กะเพราเป็นยารักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://greenmagicherbs.net/